เช็กลิสต์ลับก่อน "ยื่นใบลาออก" ย้ายงานอย่างไร ให้ได้เงินชดเชยเต็มเม็ดเต็มหน่วย?!

เช็กลิสต์ลับก่อน "ยื่นใบลาออก" ย้ายงานอย่างไร ให้ได้เงินชดเชยเต็มเม็ดเต็มหน่วย?!

เช็กลิสต์ลับก่อน "ยื่นใบลาออก" ย้ายงานอย่างไร ให้ได้เงินชดเชยเต็มเม็ดเต็มหน่วย?!
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

เช็กลิสต์ก่อนยื่นใบลาออก! ย้ายงานอย่างไรให้ไร้รอยต่อ รักษาสิทธิและจบสวยแบบมืออาชีพ

การตัดสินใจก้าวออกจากงานเดิม ไม่ว่าจะเป็นเพราะได้รับโอกาสใหม่ ต้องการเติบโตในสายอาชีพ หรืออยากเปลี่ยนสภาพแวดล้อมการทำงาน ถือเป็นเรื่องสำคัญในชีวิตของคนทำงาน แต่ก่อนจะยื่นใบลาออก มีหลายเรื่องที่ควรตรวจสอบให้รอบคอบ ทั้งสิทธิประโยชน์ เอกสารสำคัญ และขั้นตอนการส่งต่องาน เพื่อให้การเปลี่ยนผ่านครั้งนี้เป็นไปอย่างราบรื่น

ก่อนเซ็นใบลาออก ต้องรู้! หากไม่ได้สมัครใจออก อย่ารีบลงนาม

หากลูกจ้างไม่ได้ต้องการลาออกเอง แต่ถูกกดดันให้เขียนใบลาออก ถูกลดตำแหน่ง ถูกเชิญให้ออก หรืออยู่ในสถานการณ์ที่นายจ้างต้องการให้พ้นสภาพการเป็นพนักงาน ควรพิจารณาอย่างรอบคอบก่อนลงนาม เพราะการลาออกโดยสมัครใจอาจส่งผลต่อสิทธิในการได้รับค่าชดเชยตามกฎหมายแรงงาน

ดังนั้น หากเกิดสถานการณ์ดังกล่าว ควรเก็บหลักฐานการพูดคุย เอกสาร หรือข้อความที่เกี่ยวข้อง และศึกษาสิทธิของตัวเองก่อนตัดสินใจ

1. เช็กตัวเองก่อนลาออก: แค่เหนื่อยชั่วคราว หรือถึงเวลาต้องเปลี่ยน?

ก่อนตัดสินใจเดินออกจากงาน ลองประเมินเหตุผลของตัวเองให้ชัดเจน เพราะบางครั้งความเหนื่อยจากงานหนักอาจเป็นเพียงช่วงเวลาชั่วคราว แต่บางสถานการณ์อาจเป็นสัญญาณว่าถึงเวลาต้องมองหาโอกาสใหม่

ภาวะเหนื่อยจากงาน vs สภาพแวดล้อมที่ไม่เหมาะสม

หากความเหนื่อยเกิดจากช่วงเวลาที่มีโปรเจกต์หนัก การพักผ่อนหรือจัดสมดุลชีวิตใหม่อาจช่วยให้กลับมามีพลังได้ แต่หากต้องเผชิญกับความเครียดสะสม วัฒนธรรมองค์กรที่ไม่เหมาะสม หรือไม่มีโอกาสเติบโต อาจเป็นสัญญาณว่าควรพิจารณาทางเลือกอื่น

รายได้และทักษะเริ่มหยุดนิ่ง

หากทำงานตำแหน่งเดิมเป็นเวลานาน แต่ไม่มีโอกาสพัฒนาทักษะ เพิ่มความรับผิดชอบ หรือเติบโตในสายงาน การย้ายงานอาจเป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการเพิ่มประสบการณ์และมูลค่าให้กับตัวเอง


2. เช็กสิทธิประโยชน์ก่อนออกจากงาน ออกแบบไหนได้รับอะไรบ้าง?

สิทธิที่ได้รับหลังออกจากงานขึ้นอยู่กับรูปแบบการสิ้นสุดการจ้างงาน โดยการลาออกเองและการถูกเลิกจ้างมีเงื่อนไขแตกต่างกัน

กรณีที่ 1: ลาออกเอง (สมัครใจออก)

  • เงินชดเชยจากบริษัท: โดยทั่วไปไม่ได้รับค่าชดเชยการเลิกจ้างจากนายจ้าง
  • สิทธิประกันสังคม: ผู้ประกันตนมาตรา 33 ที่เข้าเงื่อนไขสามารถยื่นขอรับเงินทดแทนกรณีว่างงานได้ โดยอัตราและระยะเวลาขึ้นอยู่กับหลักเกณฑ์ของสำนักงานประกันสังคม

กรณีที่ 2: ถูกเลิกจ้างโดยไม่มีความผิด

  • เงินชดเชยจากบริษัท: ได้รับตามกฎหมายแรงงาน โดยพิจารณาจากอายุงาน
  • สิทธิประกันสังคม: ผู้ประกันตนมาตรา 33 สามารถขอรับเงินทดแทนกรณีว่างงานได้ หากเป็นไปตามเงื่อนไขที่กำหนด

3. เปิดตารางเงินชดเชยตามกฎหมายแรงงาน กรณีถูกเลิกจ้าง

ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน หากนายจ้างเลิกจ้างลูกจ้างโดยลูกจ้างไม่ได้กระทำความผิดตามที่กฎหมายกำหนด นายจ้างต้องจ่ายค่าชดเชยตามอายุการทำงาน ดังนี้

อายุการทำงาน เงินชดเชยขั้นต่ำ
ทำงานครบ 120 วัน แต่ไม่ถึง 1 ปี ไม่น้อยกว่าค่าจ้าง 30 วัน
ทำงานครบ 1 ปี แต่ไม่ถึง 3 ปี ไม่น้อยกว่าค่าจ้าง 90 วัน
ทำงานครบ 3 ปี แต่ไม่ถึง 6 ปี ไม่น้อยกว่าค่าจ้าง 180 วัน
ทำงานครบ 6 ปี แต่ไม่ถึง 10 ปี ไม่น้อยกว่าค่าจ้าง 240 วัน
ทำงานครบ 10 ปี แต่ไม่ถึง 20 ปี ไม่น้อยกว่าค่าจ้าง 300 วัน
ทำงานครบ 20 ปีขึ้นไป ไม่น้อยกว่าค่าจ้าง 400 วัน

4. “ค่าจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า” คืออะไร?

นอกจากค่าชดเชยตามอายุงานแล้ว ในกรณีที่นายจ้างเลิกจ้างโดยไม่ได้แจ้งล่วงหน้าตามกฎหมาย ลูกจ้างอาจมีสิทธิได้รับ “ค่าจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า” ซึ่งหลายคนมักเรียกว่า “ค่าตกใจ”

จำนวนเงินและเงื่อนไขขึ้นอยู่กับรายละเอียดของการจ้างงาน รอบการจ่ายค่าจ้าง และข้อเท็จจริงของแต่ละกรณี จึงควรตรวจสอบสิทธิให้ชัดเจนก่อนดำเนินการ


5. เช็กลิสต์ก่อนเดินออกจากบริษัท เตรียมอะไรบ้าง?

  1. วางแผนเงินสำรอง

    หากยังไม่มีงานใหม่รองรับ ควรเตรียมเงินสำรองสำหรับค่าใช้จ่ายอย่างน้อย 3–6 เดือน เพื่อช่วยลดความกดดันระหว่างช่วงเปลี่ยนงาน

  2. เก็บเอกสารสำคัญและผลงาน

    สำรองเอกสาร เช่น สลิปเงินเดือน สัญญาจ้าง หรือข้อมูลที่ใช้ยืนยันประสบการณ์ทำงาน โดยต้องไม่ละเมิดข้อตกลงรักษาความลับของบริษัท

  3. ตรวจสอบวันหยุดพักผ่อนคงเหลือ

    ตรวจสอบสิทธิวันหยุดพักผ่อนประจำปีที่ยังเหลืออยู่ เพราะบางกรณีอาจมีสิทธิได้รับเงินแทนวันหยุดที่ไม่ได้ใช้ตามกฎหมายและข้อกำหนดของบริษัท

  4. อ่านสัญญาจ้างงานอีกครั้ง

    ตรวจสอบเงื่อนไขการแจ้งลาออกล่วงหน้า รวมถึงข้อตกลงต่าง ๆ เช่น เงื่อนไขการรักษาความลับ หรือข้อจำกัดในการทำงานกับบริษัทคู่แข่ง

  5. ขอหนังสือรับรองการทำงาน

    สามารถขอหนังสือรับรองการทำงานจากนายจ้าง เพื่อนำไปใช้ประกอบการสมัครงานหรือยืนยันประสบการณ์ทำงานในอนาคต

  6. ลงทะเบียนว่างงานหากเข้าเงื่อนไข

    ผู้ประกันตนมาตรา 33 ที่สิ้นสุดการจ้างงานควรดำเนินการขึ้นทะเบียนผู้ว่างงานภายในระยะเวลาที่กำหนด เพื่อรักษาสิทธิประโยชน์จากประกันสังคม

6. วิธีลาออกอย่างมืออาชีพ ให้จบสวยกับทุกฝ่าย

แม้การลาออกจะเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ แต่การจากกันด้วยดีสามารถช่วยรักษาความสัมพันธ์ในสายงาน และอาจเป็นประโยชน์ต่อโอกาสในอนาคต

ขั้นตอนที่ 1: แจ้งหัวหน้าโดยตรงก่อน

ควรนัดพูดคุยเป็นการส่วนตัวกับหัวหน้าก่อนแจ้งทีม เพื่อให้เกียรติองค์กรและช่วยให้การวางแผนส่งต่องานเป็นไปอย่างราบรื่น

“ขอบคุณสำหรับโอกาสและประสบการณ์ที่ผ่านมา ตอนนี้ตัดสินใจที่จะก้าวไปสู่โอกาสใหม่ในสายงาน จึงอยากแจ้งล่วงหน้าและเตรียมการส่งมอบงานให้เรียบร้อยที่สุด”

ขั้นตอนที่ 2: ทำเอกสารส่งต่องาน (Handover Document)

รวบรวมรายละเอียดงาน ไฟล์สำคัญ ขั้นตอนการทำงาน และรายชื่อผู้ติดต่อที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ผู้รับช่วงต่อสามารถทำงานต่อได้อย่างราบรื่น

ขั้นตอนที่ 3: กล่าวขอบคุณทีมงาน

ในวันสุดท้ายของการทำงาน การส่งข้อความขอบคุณเพื่อนร่วมงานและรักษาช่องทางการติดต่อ เช่น LinkedIn หรือช่องทางส่วนตัว ถือเป็นการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีในระยะยาว

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
ตั้ง Sanook เป็นข่าวโปรดบน Google
กำลังโหลดข้อมูล