เช็กลิสต์ลับก่อน "ยื่นใบลาออก" ย้ายงานอย่างไร ให้ได้เงินชดเชยเต็มเม็ดเต็มหน่วย?!

เช็กลิสต์ก่อนยื่นใบลาออก! ย้ายงานอย่างไรให้ไร้รอยต่อ รักษาสิทธิและจบสวยแบบมืออาชีพ
การตัดสินใจก้าวออกจากงานเดิม ไม่ว่าจะเป็นเพราะได้รับโอกาสใหม่ ต้องการเติบโตในสายอาชีพ หรืออยากเปลี่ยนสภาพแวดล้อมการทำงาน ถือเป็นเรื่องสำคัญในชีวิตของคนทำงาน แต่ก่อนจะยื่นใบลาออก มีหลายเรื่องที่ควรตรวจสอบให้รอบคอบ ทั้งสิทธิประโยชน์ เอกสารสำคัญ และขั้นตอนการส่งต่องาน เพื่อให้การเปลี่ยนผ่านครั้งนี้เป็นไปอย่างราบรื่น
ก่อนเซ็นใบลาออก ต้องรู้! หากไม่ได้สมัครใจออก อย่ารีบลงนาม
หากลูกจ้างไม่ได้ต้องการลาออกเอง แต่ถูกกดดันให้เขียนใบลาออก ถูกลดตำแหน่ง ถูกเชิญให้ออก หรืออยู่ในสถานการณ์ที่นายจ้างต้องการให้พ้นสภาพการเป็นพนักงาน ควรพิจารณาอย่างรอบคอบก่อนลงนาม เพราะการลาออกโดยสมัครใจอาจส่งผลต่อสิทธิในการได้รับค่าชดเชยตามกฎหมายแรงงาน
ดังนั้น หากเกิดสถานการณ์ดังกล่าว ควรเก็บหลักฐานการพูดคุย เอกสาร หรือข้อความที่เกี่ยวข้อง และศึกษาสิทธิของตัวเองก่อนตัดสินใจ
1. เช็กตัวเองก่อนลาออก: แค่เหนื่อยชั่วคราว หรือถึงเวลาต้องเปลี่ยน?
ก่อนตัดสินใจเดินออกจากงาน ลองประเมินเหตุผลของตัวเองให้ชัดเจน เพราะบางครั้งความเหนื่อยจากงานหนักอาจเป็นเพียงช่วงเวลาชั่วคราว แต่บางสถานการณ์อาจเป็นสัญญาณว่าถึงเวลาต้องมองหาโอกาสใหม่
ภาวะเหนื่อยจากงาน vs สภาพแวดล้อมที่ไม่เหมาะสม
หากความเหนื่อยเกิดจากช่วงเวลาที่มีโปรเจกต์หนัก การพักผ่อนหรือจัดสมดุลชีวิตใหม่อาจช่วยให้กลับมามีพลังได้ แต่หากต้องเผชิญกับความเครียดสะสม วัฒนธรรมองค์กรที่ไม่เหมาะสม หรือไม่มีโอกาสเติบโต อาจเป็นสัญญาณว่าควรพิจารณาทางเลือกอื่น
รายได้และทักษะเริ่มหยุดนิ่ง
หากทำงานตำแหน่งเดิมเป็นเวลานาน แต่ไม่มีโอกาสพัฒนาทักษะ เพิ่มความรับผิดชอบ หรือเติบโตในสายงาน การย้ายงานอาจเป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการเพิ่มประสบการณ์และมูลค่าให้กับตัวเอง
2. เช็กสิทธิประโยชน์ก่อนออกจากงาน ออกแบบไหนได้รับอะไรบ้าง?
สิทธิที่ได้รับหลังออกจากงานขึ้นอยู่กับรูปแบบการสิ้นสุดการจ้างงาน โดยการลาออกเองและการถูกเลิกจ้างมีเงื่อนไขแตกต่างกัน
กรณีที่ 1: ลาออกเอง (สมัครใจออก)
- เงินชดเชยจากบริษัท: โดยทั่วไปไม่ได้รับค่าชดเชยการเลิกจ้างจากนายจ้าง
- สิทธิประกันสังคม: ผู้ประกันตนมาตรา 33 ที่เข้าเงื่อนไขสามารถยื่นขอรับเงินทดแทนกรณีว่างงานได้ โดยอัตราและระยะเวลาขึ้นอยู่กับหลักเกณฑ์ของสำนักงานประกันสังคม
กรณีที่ 2: ถูกเลิกจ้างโดยไม่มีความผิด
- เงินชดเชยจากบริษัท: ได้รับตามกฎหมายแรงงาน โดยพิจารณาจากอายุงาน
- สิทธิประกันสังคม: ผู้ประกันตนมาตรา 33 สามารถขอรับเงินทดแทนกรณีว่างงานได้ หากเป็นไปตามเงื่อนไขที่กำหนด
3. เปิดตารางเงินชดเชยตามกฎหมายแรงงาน กรณีถูกเลิกจ้าง
ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน หากนายจ้างเลิกจ้างลูกจ้างโดยลูกจ้างไม่ได้กระทำความผิดตามที่กฎหมายกำหนด นายจ้างต้องจ่ายค่าชดเชยตามอายุการทำงาน ดังนี้
| อายุการทำงาน | เงินชดเชยขั้นต่ำ |
|---|---|
| ทำงานครบ 120 วัน แต่ไม่ถึง 1 ปี | ไม่น้อยกว่าค่าจ้าง 30 วัน |
| ทำงานครบ 1 ปี แต่ไม่ถึง 3 ปี | ไม่น้อยกว่าค่าจ้าง 90 วัน |
| ทำงานครบ 3 ปี แต่ไม่ถึง 6 ปี | ไม่น้อยกว่าค่าจ้าง 180 วัน |
| ทำงานครบ 6 ปี แต่ไม่ถึง 10 ปี | ไม่น้อยกว่าค่าจ้าง 240 วัน |
| ทำงานครบ 10 ปี แต่ไม่ถึง 20 ปี | ไม่น้อยกว่าค่าจ้าง 300 วัน |
| ทำงานครบ 20 ปีขึ้นไป | ไม่น้อยกว่าค่าจ้าง 400 วัน |
4. “ค่าจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า” คืออะไร?
นอกจากค่าชดเชยตามอายุงานแล้ว ในกรณีที่นายจ้างเลิกจ้างโดยไม่ได้แจ้งล่วงหน้าตามกฎหมาย ลูกจ้างอาจมีสิทธิได้รับ “ค่าจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า” ซึ่งหลายคนมักเรียกว่า “ค่าตกใจ”
จำนวนเงินและเงื่อนไขขึ้นอยู่กับรายละเอียดของการจ้างงาน รอบการจ่ายค่าจ้าง และข้อเท็จจริงของแต่ละกรณี จึงควรตรวจสอบสิทธิให้ชัดเจนก่อนดำเนินการ
5. เช็กลิสต์ก่อนเดินออกจากบริษัท เตรียมอะไรบ้าง?
- วางแผนเงินสำรอง
หากยังไม่มีงานใหม่รองรับ ควรเตรียมเงินสำรองสำหรับค่าใช้จ่ายอย่างน้อย 3–6 เดือน เพื่อช่วยลดความกดดันระหว่างช่วงเปลี่ยนงาน
- เก็บเอกสารสำคัญและผลงาน
สำรองเอกสาร เช่น สลิปเงินเดือน สัญญาจ้าง หรือข้อมูลที่ใช้ยืนยันประสบการณ์ทำงาน โดยต้องไม่ละเมิดข้อตกลงรักษาความลับของบริษัท
- ตรวจสอบวันหยุดพักผ่อนคงเหลือ
ตรวจสอบสิทธิวันหยุดพักผ่อนประจำปีที่ยังเหลืออยู่ เพราะบางกรณีอาจมีสิทธิได้รับเงินแทนวันหยุดที่ไม่ได้ใช้ตามกฎหมายและข้อกำหนดของบริษัท
- อ่านสัญญาจ้างงานอีกครั้ง
ตรวจสอบเงื่อนไขการแจ้งลาออกล่วงหน้า รวมถึงข้อตกลงต่าง ๆ เช่น เงื่อนไขการรักษาความลับ หรือข้อจำกัดในการทำงานกับบริษัทคู่แข่ง
- ขอหนังสือรับรองการทำงาน
สามารถขอหนังสือรับรองการทำงานจากนายจ้าง เพื่อนำไปใช้ประกอบการสมัครงานหรือยืนยันประสบการณ์ทำงานในอนาคต
- ลงทะเบียนว่างงานหากเข้าเงื่อนไข
ผู้ประกันตนมาตรา 33 ที่สิ้นสุดการจ้างงานควรดำเนินการขึ้นทะเบียนผู้ว่างงานภายในระยะเวลาที่กำหนด เพื่อรักษาสิทธิประโยชน์จากประกันสังคม
6. วิธีลาออกอย่างมืออาชีพ ให้จบสวยกับทุกฝ่าย
แม้การลาออกจะเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ แต่การจากกันด้วยดีสามารถช่วยรักษาความสัมพันธ์ในสายงาน และอาจเป็นประโยชน์ต่อโอกาสในอนาคต
ขั้นตอนที่ 1: แจ้งหัวหน้าโดยตรงก่อน
ควรนัดพูดคุยเป็นการส่วนตัวกับหัวหน้าก่อนแจ้งทีม เพื่อให้เกียรติองค์กรและช่วยให้การวางแผนส่งต่องานเป็นไปอย่างราบรื่น
“ขอบคุณสำหรับโอกาสและประสบการณ์ที่ผ่านมา ตอนนี้ตัดสินใจที่จะก้าวไปสู่โอกาสใหม่ในสายงาน จึงอยากแจ้งล่วงหน้าและเตรียมการส่งมอบงานให้เรียบร้อยที่สุด”
ขั้นตอนที่ 2: ทำเอกสารส่งต่องาน (Handover Document)
รวบรวมรายละเอียดงาน ไฟล์สำคัญ ขั้นตอนการทำงาน และรายชื่อผู้ติดต่อที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ผู้รับช่วงต่อสามารถทำงานต่อได้อย่างราบรื่น
ขั้นตอนที่ 3: กล่าวขอบคุณทีมงาน
ในวันสุดท้ายของการทำงาน การส่งข้อความขอบคุณเพื่อนร่วมงานและรักษาช่องทางการติดต่อ เช่น LinkedIn หรือช่องทางส่วนตัว ถือเป็นการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีในระยะยาว
- สาวลาออก "เปลี่ยนชื่อไลน์" ก่อนกดออกจากกลุ่มแชท อ่านแล้วคารวะ ไอเดียนี้จบสวยสุดๆ
- จำไว้ใช้! ไปสัมภาษณ์ถูกบอกให้ "นั่งลง" แต่ไม่มีเก้าอี้ สาวกู้หน้าฉลาด บอสจ้างงานทันที
- ต่างชาติเปิด 5 สาขาวิชา มักถูกแปะ "ใบแดง" เรียนไปรอตกงาน มีใบปริญญาแต่ไร้อาชีพ?!

ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี


